สุนัข จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของ ทั้งในด้านการดูแลขน การอาบน้ำ การดูแลสภาพทั่วไป ของหู ตา จมูก และเล็บเท้า รวมไปถึงการดูแลสุขภาพของเหงือกและฟัน ตลอดจนการออกกำลังกาย การได้รับอาหารที่ดี และการได้รับการตรวจสุขภาพจากสัตว์แพทย์อย่างสม่ำเสมอด้วย

            วิธีการดูแลสุนัข…เบื้องต้นที่เราควรทราบง่ายๆดังนี้

1.ไม่ควรเลี้ยงสุนัขไว้บนพื้นลื่น เช่นกระเบื้อง หินอ่อนขัด เป็นต้น เพราะจะทำให้ขาสุนัขไม่สวย ขาจะแบะออกคล้ายๆกับว่ายืนได้ไม่มั่นคง

2. ไม่ควรอาบน้ำให้ลูกสุนัขที่อายุยังไม่ถึง 3 เดือน ถ้ารู้สึกว่าสกปรกใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดขนข้างนอกก็พอ ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ อาบน้ำแล้วให้รีบเช็ดและเป่าให้แห้ง เดี๋ยวสุนัขจะเป็นหวัด

3. ระวัง ! อย่าให้ลูกสุนัขมุดใต้กรง หรือใต้อะไรที่แข็งและเป็นคาน เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเข้าไปติด ถูกกดทับ หรือเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เส้นหลังเสียได้(กระดูสันหลังจะแอ่น)

4. ควรดูแลรักษาปากและฟันของสุนัข อย่าให้กัดแทะของแข็งเกินไป เดี๋ยวฟันไม่แข็งแรงควรหากระดูกเทียมให้สุนัขแทะเล่น เอากระดูกแบบสีขาวและมีฟลูออไรด์ด้วยจะได้ทำความสะอาด ฟันสุนัขไปในตัว

5. เมื่อสุนัขเริ่มเป็นหนุ่มสาว(อายุ 7-8 เดือน) อย่าเพิ่งรีบให้ผสมพันธุ์ เพราะสุนัขยังไม่โตเต็มที่ อาจทำให้หยุดการเจริญเติบโตและทำให้ตัวเล็ก แล้วก็อาจจะแท้งหรือให้ลูกที่ไม่สมบูรณ์

6. เมื่อเริ่มโต สุนัขจะเริ่มมีขนร่วง ไม่ต้องแปลกใจ เป็นธรรมชาติของสุนัขที่มีการเจริญเติบโต

7. อาหารที่ใช้ควรเป็นอาหารเม็ด เพราะสะดวกรวดเร็ว ถ้าให้อาหารธรรมดา (ทำเอง) สุนัขจะเลือกกินแล้วจะไม่กินอาหารเม็ดอย่าให้แทะกระดูกจริงเพราะเดี๋ยวจะไปทิ่มกระเพาะสุนัขและจะติดคอได้ง่าย

8. การฉีดวัคซีนและถ่ายพยาธิ ควรทำตามตารางที่สัตว์แพทย์แนะนำ

สาวน้อยซากุระ

            ฮาโหล ฮาโหล โอชินมาแร้วจ้า วันนี้โอชินก็นำสาระน่ารู้เกี่ยวกับน้องมามาฝากเช่นเคยจ้า ว่าแต่ที่บ้านของพี่ๆ น้องๆ เลี้ยงน้องหมาพันธุ์อะไรกันบ้างเอย! แล้วนิสัยใจคอของน้องหมาที่เลี้ยงเป็นยังไงกันบ้าง

            อาทิตย์ที่แล้วหลายๆคน คงได้ยินสุนัขพันธุ์ร็อท ไวเลอร์ ขย้ำหนูน้อยวัย 2  ขวดจนเสียชีวิต และอีกหลายๆ ข่าวที่ออกมาหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้ใครหลายๆ คน คงหวาดกลัวและอคติกับสุนัขร็อทไวเลอร์ แต่พี่ๆ น้องๆ ทราบไม่ค่ะว่าจริงๆ แล้วนั้นสุนัขร็อทไวเลอร์ ไม่ได้ร้ายอย่างที่คิดน้าส์

           ร็อทไวเลอร์ เป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่และมีโครงสร้างที่แข็งแรง มีความฉลาดและน่ารัก แต่แฝงด้วยความดุร้ายซึ่งอยู่ในสายพันธุ์ นิสัยของร็อทไวเลอร์ จริงๆ แล้วมีความรักเจ้าของ และเชื่อฟังเป็นอย่างดี ขี้เล่นแต่จะดุร้ายกับคนแปลกหน้า ซึ่งส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านเพื่อป้องกันขโมยขึ้นบ้านนั่นเอง การเลี้ยงร็อทไวเลอร์ต้องเลี้ยงตั้งแต่ตัวเล็กนะจ๊ะ เพื่อให้สุนัขเกิดความคุ้นเคยกับเจ้าของ และที่สำคัญเจ้าของเองต้องให้ความรักความเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ไม่ควรเลี้ยงแบบกักขัง ควรใส่สายจูงพาไปเดินนอกบ้านบ้างน๊า เพื่อให้สุนัขเกิดความคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ เพราะหากกักบริเวณมากเกินไป หรือนานเกินไปจะทำให้สุนัขกลายเป็นสุนัขที่อันตรายและดุร้าย เพราะจะสุนัขจะเกิดอาการวาดกลัวและระแวงเวลามีคนแปลกหน้าเข้ามา หรือหลุดออกไปในที่ที่ไม่คุ้นเคย ก็จะทำร้ายคนที่ไม่รู้จักได้จ๊ะ

          ส่วนการป้องกันตัวหากโดนสุนัขทำร้ายนั้นไม่ยากเลย  พี่ๆ น้องๆ เพียงแค่ยืนอยู่กับที่นิ่งๆ ไม่ขยับ ไม่ต่อสู้ และไม่วิ่งหนี แค่นี้ก็จะทำให้สุนัขจะค่อยๆ ถอยห่างออกไปเอง เห็นไม่คะว่า จริงๆ แล้วร็อทไวเลอร์ไม่ได้ร้ายอย่างที่คิดเลยใช่มั้ยหล่ะ เพียงแต่เราต้องเลี้ยงเขาให้ถูกวิธี และเอาใจใส่ รักมันมากๆ แค่นี้ร็อทไวเลอร์ก็ไม่มีทางทำร้ายเจ้าของอย่างแน่นอน นะจ๊ะเจ้านาย!!

ข้อมูล : สายพันธุ์ร็อทไวเลอร์

ประวัติ ‘ร็อทไวเลอร์’

           ร็อทไวเลอร์ เป็นสุนัขสายพันธุ์ที่เก่าแก่ ปรากฏในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคโรมันโบราณ ถูกฝึกใช้งานต้อนฝูงสัตว์ เลี้ยงแกะ เลี้ยงวัว เลี้ยงม้า หรือลากเกวียน สุนัขสายพันธุ์นี้ได้เดินทางมาพร้อมกองทหารโรมัน เพื่อเป็นยามรักษาการณ์ระหว่างเดินทัพ จนมาถึงเมืองร็อทเวล สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สุนัขพันธุ์นี้ได้ผสมข้ามสายพันธุ์กับสุนัขในท้องถิ่น นับจากนั้นร็อทไวเลอร์ก็ถูกฝึกให้ต้อนฝูงสัตว์คุ้มกันปศุสัตว์ ปกป้องเฝ้าระวังภัยคุ้มกันภัยให้เจ้านายและทรัพย์สิน ด้วยความฉลาดและทรงพลังของสุนัขสายพันธุ์นี้ ถูกขนานนามจากเมืองเก่าแก่อย่างเมืองร็อทเวลว่า “Rottwill Butcher DOG” จากนั้นได้ถูกเพาะขยายพันธุ์ขึ้นเพื่อให้มีสมรรถภาพและเป็นสุนัขในการใช้งานอันเกิดประโยชน์สูงสุด จากสุนัขต้อนฝูงสัตว์ได้พัฒนาเป็นสุนัขที่แกร่ง ทรหดอดทนและดุร้าย

          ศตวรรษที่ 20 ได้มีการคัดเลือกสุนัขมาใช้ในราชการตำรวจ โดยมีสุนัขหลายพันธุ์ถูกนำมาทดสอบ ร็อทไวเลอร์ก็เป็นหนึ่งสายพันธุ์ที่ได้เข้าทดสอบด้วย อาศัยเป็นสุนัขที่แกร่ง ฉลาด ทรงพลัง ไม่ช้าร็อทไวเลอร์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นสุดยอดสุนัขและได้ถูกบรรจุให้เป็นสายพันธุ์หลักของสุนัขชั้นเลิศในราชการตำรวจและมีการรับรองขึ้นทะเบียนเป็นสุนัขตำรวจในปี ค.ศ.1910  ( ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ )

มาตราฐานสายพันธุ์

อุปนิสัย ฉลาด ซื่อสัตย์รักเจ้านาย กล้าหาญ แฝงความดุร้าย สามารถนำมาฝึกให้เชื่อฟังคำสั่งหรือเป็นสุนัข อารักขาได้

ลักษณะทั่วไป ร็อทไวเลอร์ที่ดีควรมีขนาดปานกลาง ล่ำและมีพลัง ความกระทัดรัดและโครงสร้างที่บึกบึนเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความแข็งแรง สุนัขเพศผู้จะมีโครงสร้างที่ใหญ่กว่าสุนัขเพศเมีย โดยที่เพศเมียแม้จะมีขนาดเล็กกว่าแต่ไม่ได้อ่อนแอกว่าแม้แต่น้อย

ศีรษะ ความยาวปานกลาง มองด้านข้าง หน้าผากจะโค้งเล็กน้อย ขากรรไกรบนและล่างแข็งแรง หูขนาดปานกลาง ห้อยลง ลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม ในขณะที่ตื่นตัวหูจะอยู่ในระดับเดียวกับส่วนบนของกะโหลก จมูกกว้างและมีสีดำ ลำตัวกว้างและลึกลงไปจนถึงข้อศอก หลังเหยียดตรงและแข็งแรง ชายกระเบนเหน็บสั้น ลึกและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ หางตัดสั้นเกือบชิดลำตัว

ส่วนหน้า ระยะจากจุดสูงสุดถึงข้อศอกมีระยะเท่ากับข้อศอกถึงพื้นดิน ขาได้พัฒนาอย่างแข็งแรง ประกอบด้วยกระดูกที่ใหญ่และเหยียดตรง ฝ่าเท้าแข็งแรง มีสปริงและเกือบจะตั้งฉากกับพื้นดิน กลมและกระทัดรัด โค้งกำลังดี ไม่บิดเข้าหรือบิดออก อุ้งเท้าหนาและแข็ง เล็บเท้าสั้น แข็งแรง และมีสีดำ นิ้วติ่งควรจะตัดทิ้ง ขาหน้า มีกระดูกใหญ่ ขาหน้าท่อนบนมีกล้ามเนื้อแข็งแรง ข้อเท้าหน้าแข็งแรง ตั้งฉากกับพื้น มองจากด้านหน้าขาหน้าตรงตั้งฉากกับพื้นห่างกันพอเหมาะ เท้ากลม นิ้วเท้าชิด  ขาหลัง มีกระดูกใหญ่ ขาหลังท่อนบนประกอบด้วยกล้ามเนื้อ มุมขาหลังทำมุมพอประมาณ ข้อเท้าหลังตั้งฉากกับพื้น มองจากด้านหลังขาหลังตรงขนานกันตั้งฉากกับพื้น นิ้วเท้าชิด เท้ากลม

ลำตัว สัดส่วนของความสูงต่อความยาวของลำตัวประมาณ 9 ต่อ 10 ส่วน ลำตัวแข็งแรง เส้น หลังตรง ขนานกับพื้น ลำตัวส่วนหน้า หัวไหล่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ ลำตัวส่วนท้าย มีลักษณะกว้าง ค่อนข้างสั้น โค้งมนเล็กน้อย ส่วนหางสุนัขบางตัวหางกุดหรือสั้นมาตั้งแต่กำเนิด นิยมตัดหางให้สั้น

ขน ขนชั้นนอกเหยียดตรง แน่นและหยาบ ยาวปานกลางและเรียบ ขนชั้นในจะอยู่บริเวณคอและตะโพก ส่วนขนจะหนาหรือบางขึ้นอยู่กับสภาพของอากาศ

สี ต้องมีสีดำโดยเสมอ และมีสีน้ำตาลบริเวณเหนือตา,แก้ม,คอ,เท้า,ก้น,อก

การเดิน-วิ่ง มีความสง่างาม การย่างก้าวมีพละกำลัง ขณะวิ่งขาหน้า-หลังไม่บิดหรือเก

 

 Love me Love my dog

สาวน้อยโอชิน

            ฮาโย๋ ฮาโย๋ พบกันอีกแว้วคับ วันนี้สาวน้อยซากุระ มีเรื่องมาเล่าอีกแล้ว นั่นก็คือ เรื่องของ “เจ้าช็อคโกแลตตัวปัญหา” ที่พวกเราหลายคนชอบทาน แต่…น้องหมาห้ามทานเด็ดขาด เพราะอะไรทุกคนคงสงสัยอ่ะสิ?  อย่าพึ่งทำหน้าเป็น ง งู สองตัว วันนี้สาวน้อยซากุระสุดสวยจะมาเฉยให้ฟังกัน  อาจจะซีเครียดกันเล็กน้อยนะค้าาา….แต่มันมีประโยชน์สำหรับพวกเรา ชาวรักเจ้าตูบ

            ว่าด้วย…เจ้าช็อคโกแลตเหล่านี้จะส่งผลร้ายต่อน้องหมาของพวกเรา  เพราะเจ้าช็อคโกแลตมีส่วนประกอบของสารชนิดหนึ่งมีชื่อว่า theobromine ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับ สารพวก caffeine(ซึ่งมีในจำพวกกาแฟ โกโก้) สาร theobromine นี้เมื่ออยู่ในร่างกายมันจะมีฤทธิ์หลายอย่าง แต่ที่เห็นเด่นๆชัด คือ จะกระตุ้นให้มีการหลั่งสารที่เรียกกันว่า adrenaline ซึ่งสารตัวนี้จะมีผลทำให้หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก ถ้ากินมากๆ อาจถึงขั้นเป็นพิษได้จะทำให้เกิด อาการ อาเจียน ท้องเสีย หายใจถี่ ฉี่บ่อย กระวนกระวาย และในที่สุดก็ถึงตายได้ มีรายงานในน้องหมาบอกว่า น้องหมาที่น้ำหนักไม่เกิน 5 กก. กินเข้าไปแค่ 400 มก. ก็สามารถแสดงความเป็นพิษได้ การที่น้องหมาค่อนข้างจะไวต่อความเป็นพิษของ theobromine นั้นเป็นเพราะว่าร่างกายของมันไม่สามารถที่จะกำจัด theobromine ออกจากร่างกายได้รวดเร็วเหมือนกับสัตว์ชนิดอื่น ตามปกติช็อคโกแลตที่ขายในท้องตลาด ถ้าเป็นแบบหวานจะมี theobromine อยู่ประมาณ 1.5 มก ต่อ ซีซี แต่ถ้าเป็นแบบไม่หวานจะมีประมาณ 13 มก. ต่อ ซีซี (อ่านมาจากคอมเม้นท์ในเว็บเด็กดี)

           อ่านแล้วปวดจิตปวดใจเป็นที่สุด สำหรับเจ้าของน้องหมาหลายๆคน ที่เคยให้น้องหมากินช็อคโกแลต เห็นไหมค้าาา… ว่าอาหารหรือขนม ที่ให้คุณประโยชน์กับพวกเรา แต่อาจให้โทษมหันต์กับน้องหมาสุดที่เลิฟ ก็เป็นไปได้ นะจะบอกให้ แล้วจะหาว่าสวยมะเตือน

 

สาวน้อยซากุระ

            สวัสดีจ้ากลับมาพบกันเช่นเคยน๊ะจ๊ะ กับสาวน้อยโอชินเจ้าเก่า วันนี้โอชินก็มีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับน้องหมามาถ่ายทอดให้พี่ๆ น้องๆ ได้อ่านกันเหมือนเดิมเลยจ๊ะ

            พี่ๆ น้องๆ หลายๆ คนคงได้ยินเกี่ยวกับน้องหมาโดนยาเบื่อหรือยาพิษกันบ้างแล้วใช่มั้ยคะ เจ้าของหลาย ๆ คนต้องผิดหวังเมื่อสุนัขสุดที่รักต้องตายจากไป จากการโดนยาเบื่อ

            ย้อนอดีตไปเมื่อราว 4-5 ปีที่แล้ว ของโอชิน ยังจำได้ดีเกี่ยวกับน้องหมาที่โดนยาเบื่อ วันนั้นประมาณบ่ายๆ ได้ยินคนข้างๆบ้าน เอะอะโวยวายเสียงดัง เลยรีบออกมาดูก็เห็นมีคนมุ้งดูอะไรกัน คึกคักกันใหญ่ มองไปก็เจอน้องหมาพันธุ์ไทยนอนอยู่อย่างทุรนทุราย กับอาการที่น่าเป็นห่วง น้องหมาพันธุ์ไทยตัวนี้ เป็นหมาของคนข้างๆ บ้านอีกหลังนึง ที่เจ้าของชอบปล่อยออกมาข้างนอก แล้วก็ชอบไปอุจาระหน้าบ้านคนอื่นเค้าเป็นประจำ จึงมีผู้ไม่ประสงค์ดีวางยาเจ้าน้องหมา เพื่อกำจัดมันซะ (น่าสงสารจัง) เมื่อเจ้าของมาเห็นน้องหมาโดนยาเบื่อเข้าถึงกับตกใจและร้องเสียงดัง ทันใดนั้นก็มีเพื่อนบ้านอีกคนตะโกนบอกว่าให้เอาเกลือมากรอกปากมันเร็วเข้า! แล้วเจ้าของก็วิ่งไปเอาเกลือมาใส่ในปากให้น้องหมากิน  มีเพื่อนบ้านหลายคนช่วยกันจับน้องหมาไว้ หลังจากนั้นก็เอาไข่ขาว(ไข่ไก่นะ) กรอกปากให้น้องหมากินตามไปเพื่อให้น้องหมาอาเจียนออกมา เป็นการบรรเทาอาการไปก่อน หลังจากนั้นเจ้าของก็นำไปส่งโรงพยาบาล และโชคดีที่สัตวแพทย์ช่วยชีวิตน้องหมาพันธุ์ไทยตัวนี้ได้ทันเวลา

             คุณหมอบอกว่าเนื่องจากได้มีการปฐมพยาบาลมาเบื้องต้นมาแล้วนั้นถูกต้องแล้ว ซึ่งการรักษาจะต้องให้สุนัขอาเจียนพิษออกมา โดยการใช้เกลือละลายในน้ำสะอาดประมาณ 1ลิตร กรอกให้สุนัขกิน เกลือจะช่วยกระตุ้นให้สุนัขนั้นสำรอกยาพิษออกมาบางส่วน จากนั้นให้ใช้ไข่ขาว ประมาณ 4-5 ฟอง หรือจะใช้ ถ่านฟืนหุงข้าวตำให้ละเอียดก็ได้ จะเป็นตัวดูดซับสารพิษ นั้นเอง

ภาพประกอบจาก : chamrus tubburi

            นี่ก็เป็นเรื่องราวและเคล็ดดีๆ ที่โอชินนำมาฝากนะจ๊ะ ต่อไปหากพี่ๆ น้องๆ คนไหนเจอเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์แบบนี้ ก็ลองนำวิธีที่โอชินแนะนำให้นี้ไปทำดูนะจ๊ะ เพราะสามารถช่วยชีวิตน้องหมาสุดที่รักหรือช่วยชีวิตสัตว์ หนึ่งชีวิตได้นะจ๊ะ…เจ้านายย!!

Love me love MyDog

 

 สาวน้อยโอชิน

            าโย๋ ฮาโย๋ ! กลุ่มพลคนรักเจ้าตูบ  วันนี้เป็นเลิกงามยามดีที่พวกเราชาวรักเจ้าตูบได้มาพบปะพูดคุยกัน วันนี้สาวน้อยซากุระ ได้มาถ่ายทอด ความรู้และเคล็ดลับต่างๆ เกี่ยวกับเจ้าตูบสุดที่รักให้พี่ๆ น้องๆ ได้อ่านกันนะค้าบบบบ…

          

           เรื่องมันมีอยู่ว่าาา…เมื่อวันก่อนได้คุยกับ แม่บ้าน(รักน้องหมาสุดๆ)ผู้น่ารักประจำออฟฟิศ เค้าบอกเราว่าให้เอาหญ้าให้เจ้าตูบเรากินบ้าง   งง? เกิดอาการงง  งงคับงง หมากินหญ้าเนี่ยนะ  หมานะไม่ใช่วัว(คิดในใจ)  เวลาผ่านไปสักพัก  คุณป้าแม่บ้านเดินมาพร้อมกับถุงหญ้าน้อยๆที่จะฝากไปให้เจ้าตูบน้อยของเรา   คุณป้าแม่บ้านบอกว่าเจ้าต้นหญ้าอันนี้มันป้องกันและแก้อาการปวดท้องของน้องหมาได้  ว้าว! มหัศจรรย์ เป็นความรู้ใหม่นะเนี่ย  เกือบลืมบอกไปว่า เจ้าต้นหญ้าต้นน้อยต้นนี้มีนาม ว่า “หญ้าแพรก” นะเจ้าค่ะ 

ภาพประกอบจาก : www.ricethailand.go.th

           พี่ๆ น้องๆ คงมีความรู้สึกว่าชื่อคุ้นหูและหน้าตาก็คับคล้ายคับคา  เหมือนต้นหญ้าที่เคยรู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ  ถูกต้องนะค้าบบบบบ  “หญ้าแพรก” คือ หญ้าที่พวกเราชาวศิษย์มีคุณครู นำไปไหว้ครูบาอาจารย์ ในวันไหว้ครูไงเจ้าค่ะ

          ไหนๆ แล้วก็แถมอีกเรื่องแล้วกันค่ะ ซากุระมี วิธีรักษาอาการเบื้องต้น ของน้องหมา เมื่อน้องหมามีอาการเศร้าซึม (คิดว่าหน้าจะไม่สบายแว้ว) มาแนะนำเพิ่มเติม คือ เอาผักบุ้งไทย (ที่เอาไว้กินกะส้มตำอ่ะ) ที่ต้นสีแดงโคนแก่ๆ มาต้มกับน้ำ 1 ถ้วยใส่น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ ต้มพองวดแล้วเอามาน้ำมาป้อนน้องหมาบ่อยๆ รุ่งเช้ารับรองว่าสามารถวิ่งเล่นได้เหมือนเดิม แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น  ควรพาน้องหมาของเราไปพบหมอจะดีที่สุดนะค้าบบ อย่าหาว่าคนสวยมะเตือนนะค่ะ ^_^

          สุดท้ายนี้ซากุระหวังว่าเรื่องราวที่ถ่ายทอดไปคงเป็นประโยชน์ต่อ พี่ๆ น้องๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ แล้วจะเก็บเรื่องราวดีๆ แบบนี้มาถ่ายทอดให้อ่านกันใหม่ วันนี้ต้องไปแล้ว…บ๊ายบาย

 

 “สาวน้อยซากุระ”

สวัสดีค่า

            นับว่าเป็นโอกาสดีที่ได้มาถึงจุดนี้ นี้เป็นบล็อกแรกสำหรับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ  ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างภาคภูมิใจและตื่นเต้น(มากๆ)คะ สำหรับสาวน้อยโอชินและสาวน้อยซากุระ สองสาวสวยในบ้าน kapook.com ที่พร้อมจะมอบเรื่องราวและถ่ายทอดสิ่งดีๆ เกี่ยวกับน้องหมา ให้กับพี่ๆ น้องๆ ได้อ่านและสามารถแบ่งปันความคิดเห็นกันได้อย่างไม่อั้น  ยังไงแล้วก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ อย่าลืมติชมกันบ้าง เพื่อที่ Dog.kapook.com จะได้พัฒนาให้ถูกใจมากยิ่งขึ้นเจ้าคะ..หุหุ

           เรื่องแรก…  คงมีหลายคนที่ชอบเลี้ยงเจ้าตูบไว้แก้เหงา หรือเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน เพราะเป็นที่นิยมสำหรับหลายๆคน ที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างเจ้าตูบ ไว้เพื่อผ่อนคลายความเครียดและเป็นเพื่อนแก้เหงาได้ แล้วคุณละเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่า?

ภาพประกอบจาก : Forward Mail

            ทุกครั้งที่คุยเรื่องเจ้าตูบทีไรก็อดที่จะคิดถึงเรื่องนี้ไม่ได้ทุกทีเลย เรื่องของฉันก็มีอยู่ว่า.. แม่ของฉันเป็นแม่บ้าน ทุกวันที่ลูกๆ ไปโรงเรียน แม่ก็อยู่บ้านคนเดียวทุกวัน พอดีเพื่อนของแม่มีเจ้าตูบที่คลอดลูกออกมาดูโลกหลายตัว แม่เลยขอซื้อมาเลี้ยงตัวนึงซึ่งอายุได้ 1 เดือนกว่าๆ วันแรกที่ฉันเห็นเจ้าตูบตัวน้อย ก็อดที่จะหลงรักมันไม่ได้ ฉันตั้งชื่อให้มันว่า เจ้าม่ามา มันน่ารักมากตัวเล็กๆ ขนฟูๆ นิ่มๆ เลี้ยงไปเลี้ยงมาจนเวลาผ่านไป 2 ปี มาม่าสุขภาพดีและแข็งแรงมาก ทุกคนในครอบครัวจะรักเจ้ามาม่ามาก โดยเฉพาะแม่ของฉันที่รักมาม่าเสียจนฉันยังแอบอิจฉา (อิจฉาหมาก็เป็นด้วย) เจ้ามาม่าเองก็เหมือนกันมันรักและติดแม่ของฉันมากเป็นเพราะความผูกพันและความเอาใจใส่ของแม่ที่อยู่ด้วยกันทุกวันๆ ทำให้เจ้ามาม่าไม่เคยที่จะต้องห่างจากแม่ของฉันไปไหน แต่ก็มีเหตุการณ์นึงเกิดขึ้นที่ทำให้ฉันถึงกับเครียดไปด้วย!

           วันนั้นแม่ต้องไปทำธุระที่ต่างจังหวัด เป็นเวลา 2 อาทิตย์ เจ้าม่ามาเลยอยู่บ้านกับฉัน หลังจากแม่ไปต่างจังหวัด เจ้ามาม่าก็มีอาการแปลกๆ ไม่กิน ไม่นอน เอาแต่ชะเง้อคอยว่าเมื่อไรแม่จะกลับ อาการซึมเศร้าของเจ้ามาม่า ทำให้ฉันกังวลใจและเครียดมาก เพราะทำยังไงเจ้ามาม่าก็ไม่ยอมกินอาหาร มันดูไม่ร่าเริงไม่สดใสเหมือนเดิม คงเป็นเพราะคิดถึงแม่ มันก็คงไม่ต่างอะไรกับ “คน” ที่เมื่อไรห่างจากคนที่เรารักและผูกพัน พอห่างกันก็เกิดความคิดถึงนั่นแหล่ะ ฉันเคยอ่านในหนังสือเจอข้อความนึงทำให้นึกขึ้นได้ เกี่ยวกับเรื่องของสุนัขมีข้อความประมาณว่า สุนัขเมื่อมีเจ้าของก็จะผูกพันไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ การพลัดพรากจากเจ้าของ ทำให้สุนัขถึงกับหัวใจสลาย และจะเกิดอาการซึมเศร้า ไม่กิน ไม่นอน นานเข้าอาจถึงตายได้ ซึ่งเป็นอาการเดียวที่เกิดกับเจ้ามาม่า แต่ไม่ถึงขั้นโคม่าอย่างนั้น หลังจากที่แม่กลับมา มาม่าก็ดีใจมาก กระโดดกระโจมเข้าหาแม่ด้วยอาการตื่นเต้นดีใจสุดฤทธิ์ หลังจากนั้นเวลาที่แม่ไปไหนหลายๆวัน แม่ก็จะพาเจ้ามาม่าไปด้วยเสมอ เพราะแม่กลัวว่ามันเจ้าเหงา และเศร้าเหมือนครั้งที่ผ่านมาอีก…แม่บอกฉันว่าเราควรใส่ใจมันเหมือนที่มันใส่ใจเรา ไม่ว่าหมาหรือคน ก็มีจิตใจเหมือนกัน

           เรื่องที่เล่าไปคงเป็นข้อที่ควรคำนึงถึงความเป็นจริงได้ สำหรับผู้ที่คิดที่จะเลี้ยงสุนัขหรือที่กำลังเลี้ยงอยู่  ก่อนอื่นเราต้องมีเวลาให้และใส่ใจกับมันมากๆ เพราะสุนัขถึงจะเป็นแค่สัตว์ตัวเล็กๆ แต่ก็มีจิตใจที่รักและผูกพันกับเจ้าของ ไม่ต่างอะไรกับคนเลยทีเดียว!!

Love me love MyDog

สาวน้อยโอชิน