Archive for September, 2008

     คงไม่ใช่เรื่องดีแน่… ถ้าเจ้าตูบที่คุณรัก จะเป็นตัวการที่ทำให้คุณต้องเผชิญกับโรค !!

      สุนัขกับคนมีความผูกพันกันมานาน ชีวิตที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไปเรียน วุ่นวายกับการทำงาน กลับมาบ้านได้พบกับเสียงเห่า หน้าตาที่ดีใจ หางที่สั่นกระดิกไปมา ยืนรอต้อนรับแสดงความดีใจกับการกลับมาของเราทุกครั้ง ก็ทำให้ชีวิตที่เคร่งเครียดได้ผ่อนคลายลงได้บ้าง เมื่อได้เล่น จับ สัมผัสและทักทายกัน

      ตลอดชีวิตที่ไม่เคยโกรธ ไม่เคยแสดงอาการรังเกียจ ไม่ว่าเราจะเป็นใคร มีฐานะอย่างไร เจ้าตูบก็ยังคงจงรักภักดีไม่มีเสื่อมคลาย นี้เป็นเพียงบางส่วนของความรู้สึก ซึ่งแต่ละคนต่างมีความประทับใจ “เจ้าตูบ” สัตว์เลี้ยงที่คุ้นเคยในมุมมองที่แตกต่างกัน

      แต่บางครั้งโรคที่ไม่คาดฝันก็อาจเกิดขึ้นกับสุนัขตัวโปรดของเราได้และที่ ร้ายไปกว่านั้น สามารถติดต่อสู่คนได้ด้วย อย่างโรคที่เรียกว่า “โรคแท้งติดต่อ” ซึ่งกำลังเป็นข่าวสร้างความวิตกกังวลให้แก่คนรักเจ้าตูบอีกระลอก หลังจากที่ก่อนหน้านี้เพิ่งตื่นตระหนกกับ “โรคไข้กระต่าย” ภัยจากสัตว์ป่าฟันแทะได้ไม่นาน

      รศ.สพญ.ดร.เกษกนก  ศิรินฤมิตร ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยง คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ให้ความรู้เกี่ยวกับ “โรคแท้งติดต่อ” หรือที่รู้จักกันในชื่อของ “โรคหมาแท้ง” ให้ฟังว่า เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อว่าบรูเซลล่า (Brucella) ในสุนัขจะเรียกว่า บรูเซลล่า เคนิส (Brucella canis) โดยชื่อหลังนั้นจะใช้เรียกเชื้อตามชนิดของสัตว์ที่เกิด เช่น บรูเซลล่า อะบอตัส (Brucella Abortus) เป็นเชื้อที่เกิดในวัว บรูเซลล่า ซูอิส (Brucella Suis) พบในสุกร หรือ บรูเซลล่า เมลลิเทนซิส (Brucella Mellitensis) ที่พบในแพะ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อโรคที่สามารถติดต่อสู่คนได้ โดยทำให้เกิดการแท้งหรือผสมไม่ติด จึงเรียกว่า โรคแท้งติดต่อ

     โรคนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณ ปี พ.ศ. 2509 เนื่องจากฟาร์มสุนัขแห่งหนึ่งมีปัญหาว่า ผสมพันธุ์ไม่ติด และมีสุนัขเกิดอาการแท้งลูก เมื่อแยกเชื้อออกมาพบว่าเป็นเชื้อแบคทีเรีย บรูเซลล่า มีการตั้งชื่อเชื้อนี้ว่า บรูเซลล่า เคนิส หลังจากที่พบในอเมริกาแล้ว ยังพบในประเทศอื่นๆ เช่น อเมริกาใต้ ประเทศบราซิล เม็กซิโก ในยุโรป ประเทศนิวซีแลนด์ และในแถบเอเชีย พบในประเทศจีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น

     ในเมืองไทยเคยมีนักวิชาการพยายามตรวจว่ามีโรคชนิดนี้ในเมืองไทยหรือไม่แต่ ไม่มีหลักฐานยืนยัน จึงสันนิษฐานกันว่า เชื้อชนิดนี้เข้ามาในช่วงปี พ.ศ. 2537-2540 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐ กิจของไทยดี มีการนำเข้าสุนัขกันมากและหลากหลายสายพันธุ์ และนิยมพัฒนาในแต่สายพันธุ์ รวมทั้งการนำเข้ามาไม่ได้มีการตรวจเชื้อโรคชนิดนี้

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2541-2542 ฟาร์มสุนัขแห่งหนึ่งในเมืองไทย มีปัญหาเรื่องของสุนัขแท้งลูกและมีการแท้งติดต่อกันในแม่พันธุ์หลายตัว จากนั้นนำสุนัขมาตรวจที่ ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน โดยทีมงานคือ สพญ. จันทร์จิรา ภวภูตานนท์ และ ผศ.นสพ.ดร.ธวัชชัย ศักดิ์ภู่อร่าม ที่ทำการตรวจและสงสัยว่าจะเป็นโรคนี้ แต่เนื่องจากเมืองไทยไม่เคยมีโรคนี้มาก่อน จึงทำการแยกเชื้อนี้ส่งไปที่องค์การอนามัยโลกประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งก็ยืนยันกลับมาว่าเป็นโรคบรูเซลล่า เคนิส ตามที่สันนิษฐานไว้ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่พบในเมืองไทย

     หลังจากนั้น มีการระบาดไปทั่ว เนื่องจากคนเลี้ยงเมื่อรู้ว่าสุนัขของตนเองที่ผสมพันธุ์ไม่ติดหรือว่ามีการ แท้งลูก เป็นโรคนี้และสามารถติดต่อสู่คน จึงขายต่อในราคาที่ต่ำมากหรือหลอกขาย ส่วนเจ้าของใหม่ที่ซื้อมา เมื่อเลี้ยงไปสุนัขเกิดผสมพันธุ์ไม่ติด แท้งลูก ตรวจแล้วพบว่าเป็นโรคชนิดนี้ จึงนำไปปล่อย หรือขายต่อ ส่งต่อเป็นทอดๆ ทำให้โรคนี้ไม่สามารถควบคุมได้  

      ต่อมาเมื่อสุนัขติดสัดผสมพันธุ์ใหม่ก็จะพบกับปัญหาเดิมอีก การติดต่อของโรคนี้ คือ การผสมพันธุ์ ถ้าตัวเมียเป็นโรคนี้ในเลือดจากช่องคลอดจะมีเชื้อโรคอยู่ ขณะที่ตัวผู้ที่ไม่เป็นเมื่อมีการผสมพันธุ์กันโรคนี้จะติดต่อไปยังตัวผู้ ด้วย

     ในทางกลับกันเมื่อตัวผู้เป็น ในน้ำอสุจิของตัวผู้จะมีเชื้อโรคนี้อยู่ ในขณะที่ตัวเมียไม่เป็น เมื่อมีการผสมพันธุ์กันเชื้ออสุจิจะถูกปล่อยลงไปในช่องคลอดของตัวเมียทำให้ เกิดการติดเชื้อ นี่คือการนำโรคจากภายนอกเข้ามาในบ้าน

     อีกกรณีหนึ่งที่สำคัญมาก คือ การเลียและการกิน ซึ่งหลายคนจะมองข้ามไป เมื่อบ้านหลังหนึ่งนำสุนัขตัวเมียไปผสมพันธุ์กับที่อื่นแล้วไม่ติดหรือติด แต่แท้ง สุนัขตัวอื่นในบ้านอาจจะมากินรก น้ำคร่ำจากการแท้งที่หลุด ออกมา หรือมีการเลีย ก็ติดเชื้อนี้ต่อไปอีก การติดจากการผสมพันธุ์ เป็นแค่ 1 ต่อ 1 แต่   การเลียและกิน ทุกตัวในบ้านสามารถมีโอกาสติดหมด ฉะนั้นต้องระวังในเรื่องนี้ให้มากเพื่อเป็นการป้องกันโรคจากภายนอก

     จากการเพาะเชื้อเดิมมีอยู่ 8 สายพันธุ์ที่พบ คือ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์, บัสเซท ฮาวด์, เซนต์ เบอร์นาร์ด, ดัลเมเชี่ยน, โกลเด้น รีทรีฟเวอร์, ชิทสุ, พูเดิล และ พิตบูล มีการตรวจพบเพิ่มอีกหนึ่งสายพันธุ์ คือ ไซบีเรียน ฮัสกี ซึ่งในความเป็นจริงน่าจะมีมากกว่านี้ เพราะบางบ้านจะเลี้ยงสุนัขไว้หลายสายพันธุ์ ถ้าไม่มีการผสมพันธุ์ก็จะไม่รู้ แต่ถ้ามีสายพันธุ์หนึ่งเป็นโรคและไม่ได้รับการตรวจก็จะไม่รู้อีกเช่นกัน เพราะสุนัขไม่แสดงอาการป่วยให้เห็น และบางสายพันธุ์ไม่นิยมพามาตรวจ ทำให้ไม่ทราบว่ามีการเกิดโรคขึ้นในสายพันธุ์นั้น ๆ ซึ่งมีโอกาสเกิดได้ทั้งเพศผู้และเพศเมียเท่าๆ กัน

     “ถ้าสุนัขเป็นโรคมาเลียแขน ขา โดยที่คนไม่เป็นแผลก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าคนมีบาดแผลอยู่แล้วสุนัขมาเลียมีโอกาสที่เชื้อจะเข้าไปได้ หรือในขณะที่สุนัขแท้งลูกแล้วเข้าไปช่วยทำคลอด โดยไม่ได้ใส่ถุงมือหรือล้างมือไม่สะอาด เมื่อหยิบจับอาหารเข้าปาก จะเป็นการรับเชื้อเข้าไปได้”

     ลักษณะอาการในคนคือ เป็นไข้ เป็นๆ หายๆ คล้ายเป็นหวัด เมื่อกินยาลดไข้ หายแล้วอีกไม่นานก็กลับมาเป็น อีกรวมทั้งมีอาการปวดศีรษะ ตัวสั่น หนาวโดยไม่ทราบสาเหตุ สำหรับผู้ชายบางคนจะมีอาการอัณฑะบวมได้ อาการเหล่านี้จะคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อที่มาจากสุนัข โค รวมทั้งแพะ ซึ่งจะมีอาการเหมือนกันทั้งคนและสัตว์ โดยในเมืองไทยยังไม่เคยมีรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขว่ามีคนติดโรคนี้จาก สุนัข รวมทั้งในคนยังไม่มีการตรวจเชื้อชนิดนี้ด้วย

     เมื่อได้รับเชื้อโรคชนิดนี้เข้าไป จากรายงานขององค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับโรคนี้ สำหรับคนมีข้อดี คือ เป็นแล้วสามารถรักษาได้ โดยการกินยาปฏิชีวนะหรือฉีดยาไปพร้อม ๆ กัน ในระยะเวลา 1-2 เดือน แต่ยามีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งส่วนใหญ่ 80-90% จะหายขาด ในกลุ่มคนที่ยังไม่หายจะมีการเปลี่ยนยาชุดใหม่ให้ก็จะหายในที่สุด

     แต่การรักษาในสุนัขจะไม่มียารักษาให้หายขาดหรือไม่มีวัคซีนป้องกันได้ จะเป็นไปตลอดชีวิต เนื่องจากว่ามีคนพยายามทำวัคซีนในสุนัขพอนำมาใช้จริงกลับไม่ค่อยมี ประสิทธิภาพ ยกเว้น โค ที่มีวัคซีนป้องกันเรื่องโรคแท้ง

     ด้านการป้องกัน ในต่างประเทศจะใช้วิธีการฉีดยาให้หลับหรือทำให้ตายนั่นเอง แต่ในเมืองไทยเจ้าของจะไม่เลือกวิธีนี้ เพราะทำใจไม่ได้ ทำไม่ลง มีความผูกพัน ทำให้ทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ การทำหมัน เพราะเชื้อจะหลบอยู่ที่ระบบสืบพันธุ์ ในต่อมน้ำเหลือง เมื่อทำหมันแล้วเท่ากับเป็นการควบคุมเชื้อในร่างกายของสุนัข ถึงจะมีเชื้ออยู่แต่ก็น้อยลง เมื่อทำหมันเสร็จแล้วจะให้ยาปฏิชีวนะเพื่อช่วยในการควบคุมเชื้อนี้ไว้ด้วย และเริ่มมีการวิจัยในการรักษาโรคนี้อยู่

     สำหรับคน ป้องกันได้โดยหลังจากจับ ลูบ สุนัข ล้างมือให้สะอาด เพียงเท่านี้ก็ป้องกันโรคได้แล้ว ที่สำคัญต้องเข้าใจว่าโรคชนิดนี้เป็นอย่างไร ติดต่อได้โดยวิธีใด จะทำให้รู้วิธีป้องกันได้ ก็สามารถอยู่ร่วมกับสุนัขได้

     ส่วนคนที่ตั้งครรภ์ ไม่สามารถยืนยันได้และในต่างประเทศก็ยังไม่ชัดเจนว่า คนตั้งครรภ์มีการแท้งจากการติดเชื้อโรคนี้ เพราะสาเหตุของการแท้งมีได้หลายสาเหตุ เพียงแต่ว่ามีโอกาสเพราะเป็นเชื้อที่อยู่ในกลุ่มที่ทำให้แท้งได้

 

     อยากฝากกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัข วิธีป้องกันที่ดีที่สุดที่จะไม่ให้โรคนี้มาสู่สุนัขของเราได้ คือ ก่อนที่จะนำสุนัขมาผสมพันธุ์กันควรจะมีการตรวจโรคนี้เสียก่อนทั้งตัวผู้และ ตัวเมียกรณีต่อมา คือ ถ้ากังวลว่าสุนัขจะเป็นโรคนี้หรือไม่สามารถนำสุนัขมาตรวจที่โรงพยาบาลสัตว์ ม.เกษตรฯ หากสุนัขเกิดเป็นโรค ไม่ต้องกลัว วิตก และที่สำคัญไม่อยากให้ใช้วิธีให้คนอื่นต่อหรือขายต่อหรือนำไปปล่อย สามารถมาปรึกษาหมอได้ จะได้ควบคุมการแพร่กระจายของโรค เพราะมิฉะนั้นเมื่อโรคมีการแพร่กระจายบางครั้งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โรคนี้ก็อาจจะย้อนกลับมาหาเราได้

    คงไม่มีใครอยากให้โรคนี้เกิดขึ้นกับสุนัขที่เราเลี้ยง ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องยอมรับและอยู่ด้วยกันอย่างเข้าใจ…อย่าทิ้งกัน… เพราะสุนัขเองก็คงไม่รู้ว่ามันทำผิดอะไร?

    ในส่วนของโรคติดต่อสู่คนอื่นๆ อย่างโรคไข้กระต่าย หากดูสภาพของภูมิประเทศแล้วไม่น่าจะมีในเมืองไทย กระต่ายในบ้านเราที่เลี้ยงกันอยู่นั้นเป็นอีกสายพันธุ์ เพราะเชื้อโรคนี้เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่อยู่ในสัตว์ป่า อาทิ กระต่าย สัตว์ฟันแทะ อย่างกระ รอก ที่อยู่ในป่า ส่วนใหญ่จะพบในแถบยุโรปและอเมริกา โดยพาหะ คือ สัตว์ที่ดูดเลือด เช่น เห็บ หมัด โดยผู้ที่มีโอกาสติดโรคนี้ คือ นายพราน ผู้ที่ชอบล่าสัตว์ หรือคนที่เข้าไปเที่ยวในป่า จะโดนสัตว์ดูดเลือดกัดทำให้ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

    ผู้ที่ได้รับเชื้อชนิดนี้ ส่วนใหญ่จะไม่เสียชีวิต สามารถรักษาได้ อาการเหมือนกับมีไข้ เกิดบาดแผลบริเวณที่ถูกกัด ต่อมน้ำเหลืองจะบวม ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ถ้ามีการเสียชีวิตเกิดขึ้น แสดงว่ามีการติดเชื้ออย่างรุนแรง เกิดอาการปอดบวม แต่เมื่อเริ่มเป็นไข้ กินยาปฏิชีวนะก็มักหายเป็นปกติ

    ส่วนโรคหวัดแมวหรือหัดแมวนั้นไม่ติดคน โดยมีวัคซีนป้องกันโรคในแมว บางครั้งบางบ้านเลี้ยงแมวไม่ได้พาแมวไปฉีดวัคซีน โดยที่หวัดและหัดแมวจะเป็นวัคซีนที่อยู่ในเข็มเดียวกัน ถ้ามีการฉีดวัคซีนป้องกันก็จะไม่เป็นโรค ที่มีปัญหาคือ ไม่มีการฉีดวัคซีน เมื่อตัวหนึ่งเป็นโรคนี้เชื้อไวรัสจะแพร่กระจายไปสู่แมวตัวอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว

สาวน้อยซากุระ

 

    หมาไส้กรอก…หลายคนคงเคยสงสัยว่าเอาเนื้อสุนัขมาแปรรูปแล้วยัดไส้เป็นอาหาร ความคิดในรูปแบบที่จะเปิบเพื่อสัตว์โลกด้วยกันในรูปแบบนั้น…ผิด..!!!  …หมาไส้กรอกไม่ใช่ไส้กรอกหมา คือลักษณะของตัวที่เตี้ย หลังยาวๆ ขาสั้นๆ เวลามันเคลื่อนตัววิ่งหรือเดินไปไหนๆนั้น เหมือนกับไส้กรอกที่เคลื่อนที่…อะไรเทือกนั้น

     และสุนัขพันธุ์นี้มันคือ ดัชชุน Dachshund มีถิ่นกำเนิดในเยอรมัน และถูกผสมสร้างมา เพื่อการล่า และติดตามสัตว์ บนพื้นดินหรือต่ำกว่า โดยใช้ขาสั้นๆขุดดินเพื่อให้เหยื่อออกมา จากนั้นมันก็จะตามไล่ล่าเข้าไปในโพรงอย่างเมามัน หลายคนที่เลี้ยงเจ้า “ดัชชุน” มักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เจ้าด๊อกโหลด” (หมาเตี้ย) มันเป็น สุนัขที่กล้าหาญ มีคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมในการล่ากระต่ายป่าและหนู ทั้งบนดินและใต้พื้นดิน

   ลักษณะ…ดัชชุนสุนัขด๊อกโหลดเตี้ยมีด้วยกัน 3 ขนาด คือมาตรฐาน โตเต็มที่จะมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 14-18 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 9 กก. ขนาดส่วนสูงไม่เกิน 14 นิ้ว น้ำหนัก 4 กก. และสูงไม่เกิน 12 นิ้ว น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 3.5 กก.

   สำหรับรูปร่าง จะยาวเรียว บึกบึน แข็งแรง เตี้ย ล่ำ พร้อมด้วยขาสั้นๆ หัว ยาวเรียวและกะโหลกศีรษะราบและนูนโค้ง เล็กน้อย คิ้วโค้งและยื่นออกมา ขากรรไกร ยาว กรามแข็งแรง ฟันสบกันแบบเหมือนกรรไกร ตาสีน้ำตาล-ดำ แสดงออกถึงความเฉลียวฉลาดและแสดงความรู้สึกเป็นมิตร

   หู ยาว เคลื่อนไหวได้และแขวนห้อยยาวอยู่บนแก้ม ลำตัว มีลักษณะเรียวยาว กล้ามเนื้อแข็งแรง ระยะระหว่างพื้นถึงลำตัว (อก) จะเท่ากับ 1 ใน 3 ของความสูงจากพื้นถึงหัวไหล่ และความยาวของลำตัว หาง จะอยู่ในแนวเดียวกับหลัง ส่วนขนนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ ขนสั้น ขนหยาบ และขนยาว

   ส่วนนิสัย ที่ทำให้หลายคนหลงใหลได้ปลื้มกระทั่งอดใจไม่ไหว ต้องหามาไว้เป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของครอบครัว เน้นๆก็คือเขาจะมีอารมณ์สดใส ใจดี และมีชีวิตชีวา สง่างาม กล้าหาญ มีความมุ่งมั่น ชอบค้นหา มีจมูกดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยม แต่ออกแนวดื้อรั้น อีกทั้งยังมีความอยากรู้อยากเห็น แถมมีความซุกซน

     แต่! ก็มีความเฉลียวฉลาด และที่เป็นเสน่ห์สุดๆ ของเจ้าหมาพันธุ์ไส้กรอกก็ตรงที่ “เขาจะรักเจ้าของอย่างมากๆ ขี้อ้อนสุดๆ” ด้วยเหตุฉะนี้ในต่างประเทศจึงนิยมเลี้ยงดัชชุนไว้ในบ้าน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก

     และ…อย่างหนึ่งที่ไม่อาจลืมหรือมองข้ามไปได้ จนบางครั้งทำให้หลายๆ คนคิดจะคัดออกจากการเป็นสมาชิกของครอบครัว ทั้งที่เป็นธรรมชาติของมัน ก็ตรงที่ดัชชุนจะชอบขุดดิน ขี้อิจฉา โกรธง่าย และค่อนข้างดื้อรั้น อีกทั้งยังเป็นสุนัขที่อ้วนง่าย ดังนั้นควรมีที่ให้เขาสามารถออกกำลังกายได้

    หลายๆคนที่เปิดใจกว้างคิดจะรับเจ้าหมาไส้กรอกเข้ามาเป็นสมาชิกภายในบ้าน ก่อนอื่นต้องถามใจด้วยว่า มีเวลาพาเขาไปเดินเล่นอย่างน้อย 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ หรือไม่ เพราะดัชชุนเป็นสุนัขที่ชอบการเดินมาก อีกทั้งยังอ้วนง่าย ทำให้เสี่ยงต่อปัญหาด้านสุขภาพตามมาภายหลัง

    สุดท้ายที่ “หลายชีวิต” จะแนะเกือบทุกครั้งก็คือ ใครที่คิดจะหาสัตว์ชนิดใดก็ตามมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน ขอให้ถามใจซักนิดว่า มีเวลามากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะกับสุนัขเพราะอายุเขาค่อนข้างยาวนานเกือบ 10 ปีเชียวละกว่าจะจากเราไป

  

 

าวน้อยซากุระ

         

 สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์ เป็นเพื่อนที่ดีของมนุษย์ แต่ในการหาสุนัขมาเลี้ยงสักตัวก็มีสิ่งที่ต้องคิดคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ อย่างด้วยเช่น

1.ความรักและความพร้อมในการเลี้ยงดู สุนัขเป็นสิ่งมีชีวิตเป็นสัตว์ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของค่อนข้างมาก ดังนั้นหากคิดจะเลี้ยงสุนัขสักตัวควรถามตนเองว่ามีความรักสุนัขมากน้อยแค่ไหน มีเวลาดูแลเอาใจใส่ เล่นกับสุนัขหรือไม่

2.สภาพบ้านที่อยู่อาศัย การเลี้ยงสุนัขควรคำนึงถึงที่อยู่อาศัยของตัวเรา บ้านที่เราอยู่มีลักษณะเช่นไร มีพื้นที่มากน้อยแค่ไหน เพราะสุนัขเป็นสัตว์ที่ต้องการพื้นที่ในการวิ่งเล่น ยิ่งสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ ต้องการการออกกำลังกายและพื้นที่มากขึ้น

3.สมาชิกในครอบครัว การคิดจะหาสุนัขมาเลี้ยงควรคำนึงถึงสมาชิกในครอบครัวว่าครอบครัวเรามีใครแพ้ขนสุนัขหรือไม่ มีเด็กเล็กหรือคนชราหรือเปล่าหากมีก็ไม่ควรเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ หรือสุนัขที่มีนิสัยดุ เพราะอาจเกิดอันตรายได้

4.สายพันธุ์ของสุนัขที่นำมาเลี้ยง การเลี้ยงสุนัขควรศึกษาสายพันธุ์ของสุนัขว่ามีนิสัยอย่างไร มีข้อดีข้อเสียเช่นไร ชอบหรือไม่ชอบอะไร ต้องเลี้ยงและดูแลอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลและเลือกสายพันธุ์ให้เหมาะสมกับตัวเรา

5.สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีชีวิตจิตใจ ที่เราต้องให้ความรักการดูแล การออกกำลังกาย ดังนั้นหากคิดจะเลี้ยงสุนัขสักตัวควรที่จะมีเวลาดูแลใส่ใจ ไม่ควรทิ้งขว้าง แกล้งหรือกักขังเขาไว้ตลอดเวลา เพราะสุนัขจะเกิดความเครียด และเกิดดุร้ายขึ้นได้

สาวน้อยซากุระ

        สุนัข จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของ ทั้งในด้านการดูแลขน การอาบน้ำ การดูแลสภาพทั่วไป ของหู ตา จมูก และเล็บเท้า รวมไปถึงการดูแลสุขภาพของเหงือกและฟัน ตลอดจนการออกกำลังกาย การได้รับอาหารที่ดี และการได้รับการตรวจสุขภาพจากสัตว์แพทย์อย่างสม่ำเสมอด้วย

            วิธีการดูแลสุนัข…เบื้องต้นที่เราควรทราบง่ายๆดังนี้

1.ไม่ควรเลี้ยงสุนัขไว้บนพื้นลื่น เช่นกระเบื้อง หินอ่อนขัด เป็นต้น เพราะจะทำให้ขาสุนัขไม่สวย ขาจะแบะออกคล้ายๆกับว่ายืนได้ไม่มั่นคง

2. ไม่ควรอาบน้ำให้ลูกสุนัขที่อายุยังไม่ถึง 3 เดือน ถ้ารู้สึกว่าสกปรกใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดขนข้างนอกก็พอ ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ อาบน้ำแล้วให้รีบเช็ดและเป่าให้แห้ง เดี๋ยวสุนัขจะเป็นหวัด

3. ระวัง ! อย่าให้ลูกสุนัขมุดใต้กรง หรือใต้อะไรที่แข็งและเป็นคาน เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเข้าไปติด ถูกกดทับ หรือเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เส้นหลังเสียได้(กระดูสันหลังจะแอ่น)

4. ควรดูแลรักษาปากและฟันของสุนัข อย่าให้กัดแทะของแข็งเกินไป เดี๋ยวฟันไม่แข็งแรงควรหากระดูกเทียมให้สุนัขแทะเล่น เอากระดูกแบบสีขาวและมีฟลูออไรด์ด้วยจะได้ทำความสะอาด ฟันสุนัขไปในตัว

5. เมื่อสุนัขเริ่มเป็นหนุ่มสาว(อายุ 7-8 เดือน) อย่าเพิ่งรีบให้ผสมพันธุ์ เพราะสุนัขยังไม่โตเต็มที่ อาจทำให้หยุดการเจริญเติบโตและทำให้ตัวเล็ก แล้วก็อาจจะแท้งหรือให้ลูกที่ไม่สมบูรณ์

6. เมื่อเริ่มโต สุนัขจะเริ่มมีขนร่วง ไม่ต้องแปลกใจ เป็นธรรมชาติของสุนัขที่มีการเจริญเติบโต

7. อาหารที่ใช้ควรเป็นอาหารเม็ด เพราะสะดวกรวดเร็ว ถ้าให้อาหารธรรมดา (ทำเอง) สุนัขจะเลือกกินแล้วจะไม่กินอาหารเม็ดอย่าให้แทะกระดูกจริงเพราะเดี๋ยวจะไปทิ่มกระเพาะสุนัขและจะติดคอได้ง่าย

8. การฉีดวัคซีนและถ่ายพยาธิ ควรทำตามตารางที่สัตว์แพทย์แนะนำ

สาวน้อยซากุระ